headerglasscandle

เทียนหอม ทำไมถึงหอม

มีลูกค้าสอบถามเข้ามาถึงกลิ่นเทียนหอม วันนี้ Candle Lik ขออธิบายดังนี้จ้า

facebookshare

เทียนหอม candle like

กลิ่นหอมที่ Candle Like เลือกมาใช้ผสมกับเทียนนั้น จะแบ่งเป็น 2 ประเภท คือน้ำมันหอมระเหยแท้ 100% จากธรรมชาติ และหัวน้ำหอม ซึ่งขอธิบายดังนี้

1.น้ำมันหอมระเหยแท้ จากธรรมชาตินั้น มาจากการสกัลจากพืช และดอกไม้แท้ตามขั้นตอนทางเคมี เพื่อให้ได้น้ำมันหอม พร้อมให้ผลทางการบำบัด เช่น กลิ่นยูคาลิปตัส ก็จะช่วยให้สดชื่น เย็นจมูก หอมชื่นใจ หรือ กลิ่นตะไคร้หอม ก็จะช่วยดับกลิ่นอับ ไล่ยุ่ง และแมลง

น้ำมันหอมระเหย

Candle Like จะเลือกใช้น้ำมันหอมระเหยแท้จากธรรมชาติ เฉพาะบางกลิ่น เช่น ตะไคร้หอม, ยูคาลิปตัส, ส้ม, ใบชา, ไม้ซีดา และอื่นๆ

ทำไมเราไม่ใช้ น้ำมันหอมระเหยแท้จากธรรมชาติทั้งหมด
- เพราะน้ำมันหอมระเหยแท้จากธรรมชาติ เมื่อถูกความร้อน จะระเหยค่อนข้างเร็ว จึงต้องใช้ปริมาณที่มากต่อการผลิตเทียน 1 ชิ้น
- เพราะราคาของน้ำมันหอมระเหยนั้นมีราคาสูงมาก เช่น น้ำมันหอมระเหยสลัดจากดอกกุหลาบ มีราคาลิตรละ 5,000 - 10,000 บาท

Candle Like สามารถซื้อมาผลิตเทียนหอมได้ แต่ราคาเทียนหอมก็จะราคาสูงตามไปด้วย เช่นอาจจะชิ้นละ 700 - 2,000 บาทขึ้นไป ทำให้เราขายไม่ได้
เราจึงเลือกใช้กลิ่นที่เป็นธรรมชาติแท้บางกลิ่น เช่น ตะไคร้หอม, ยูคาลิปตัส, ส้ม, ใบชา, ไม้ซีดา และอื่นๆ  เนื่องจากมีราคาที่เราพอจะผลิตขาย และเราจะใส่ในปริมาณที่มาก ลูกค้าก็สามารถเลือกซื้อได้


2. หัวน้ำหอม ได้มาจากการสังเคราะห์ทางเคมี ได้กลิ่นดอกไม้ ผลไม้ เป็นน้ำหอมชนิดเดี่ยวกับที่เราใช้ฉีดตามร่างกาย หรือนำมาผลิตเป็นสเปรย์หอมต่างๆ

หัวน้ำหอม

คุณสมัติ
- หัวน้ำหอมมีกลิ่นที่หอม และระเหยได้ช้ากว่า พร้อมให้กลิ่นตลอด แม้เทียนจะถูกใช้ไปมากแล้วก็ตาม แต่เทียนที่เหลืออยู่ก็ยังหอม
- หัวน้ำหอมมีราคาที่เหมาะสม ไม่สูงจนเกินไป Candle Like สามารถนำมาผลิตให้ลูกค้าเลือกซื้อได้ในราคาที่ไม่สูงมาก

การจุดเทียนหอมจาก Candle Like ไม่ว่าจะเลือกใช้กลิ่นจากธรรมชาติ หรือ กลิ่นจากหัวน้ำหอม ก็ให้กลิ่นที่หอมเหมือนกัน เพราะเราใส่ปริมาณน้ำมันหอมระเหย และหัวน้ำหอมในปริมาณที่มาก เหมาะสมกับเทียน แต่ละชนิด

 

 

การทำเทียนนั้นมีประวัติความเป็นมาอย่างช้านาน ตั้งแต่สมัยโบราณ ในหลายๆ สถานที่
ที่เก่าแก่ที่สุด ที่รู้จักกันคือ เทียนที่ทำมาจากไขมันวาฬโดยชาวจีนในช่วง ราชวงศ์ฉิน (221-206) ในอินเดีย จะนำขี้ผึ้งจากอบเชย มาทำเป็นเทียนไขเพื่อใช้ในวัด ในส่วนของยุโรป ตะวันออกกลางและแอฟริกา จะใช้ที่ตะเกียงน้ำมันที่ทำจากผลมะกอกที่หาได้ง่ายมาให้แสงสว่าง เพราะการทำเทียนไขยังไม่เป็นที่รู้จักจนกระทั่งยุคกลาง เทียนไขนั้นส่วนใหญ่จะทำมาจาก ไขมัน และ ขี้ผึ้ง จนถึง ค.ศ. 1850 ต่อมาการทำเทียนได้พัฒนาโดยใช้ไขจาก ปลาวาฬบริสุทธิ์ ไขมันสัตว์  และ ขี้ผึ้งพาราฟิน


ประวัติของเทียนไข
มีการพบเทียนไข ในหลุมฝั่งพระศพ จิ๋นซีฮ่องเต้ (259-210) เป็นครั้งแรกที่ พระมหากษัตริย์ ของ จีน ราชวงศ์ฉิน (221-206) ซึ่งถูกค้นพบในปี ค.ศ. 1990 ห่างออกไป ยี่สิบสองไมล์ ด้านทิศตะวันออกของ ซีอาน โดยเทียนที่ค้นพบนั้นทำจากไขมันวาฬ คำว่า Zhu烛 จีน แต่เดิมหมายถึงไฟฉาย

ขี้ผึ้งจากอบเชย ถูกนำมาใช้สำหรับทำเทียนไขในวัด ที่อินเดีย

โดยทั่วไปเทียนจากประเทศจีน มีวิธีการหล่อในหลอดกระดาษ ใช้กระดาษที่ทำจากการรีดข้าวสำหรับทำไส้ตะเกียง และขี้ผึ้งจากแมลงพื้นเมือง
ในประเทศญี่ปุ่นเทียนไขนั้นจะทำมาจากต้นถั่ว

ช่วงศัตวรรตที่ 1- 1,500
มีปลาที่เรียกว่า eulachon หรือ "candlefish"  ในช่วงศตวรรษที่ 1, คนพื้นเมือง จากภูมิภาคนี้ใช้น้ำมันจากปลาชนิดนี้เพื่อให้ความสว่าง วิธีทำเทียนง่ายๆ สามารถทำโดยการใส่ปลาแห้งที่ติดคดเคี้ยวแล้วแสงมัน เทียนแรกที่ปรากฏในยุโรปถูกสร้างขึ้นโดยชนเผ่าเร่ร่อนในยุคโรมันสาย แต่คิดว่าจะได้รับในการใช้ก่อนหน้านี้ในภูมิอากาศหนาวเย็นในภาคเหนือของยุโรปซึ่งเป็นน้ำมันมะกอกที่ขาดแคลน เหล่านี้เทียนต้นที่ทำจากไขมันไขมันหรือสัตว์ ไขถูกนำไปหลอมแล้วเทลงในแม่พิมพ์ที่ทำจากบรอนซ์ รางใต้จะจับขี้ผึ้งส่วนเกินและกลับไปหลอม สำหรับไส้ตะเกียง, สาย, มักจะทำจาก แก่น ของ วิ่ง ถูกห้อยลงมาจากก้านแนวนอนมากกว่าแม่พิมพ์เมื่อไขถูกเทมาหลังจากการล่มสลายของจักรวรรดิโรมันเมื่อน้ำมันมะกอกกลายเป็นภิญโญขาดแคลนและมีราคาแพงดังนั้น ใช้เทียนไขแผ่กระจายไปทั่วยุโรปตะวันตก ภายหลังเทียนขี้ผึ้งที่ทำจากสารสกัดจากพืชต่างๆแทนที่ไขมันเป็นแหล่งที่ต้องการของแสงสว่าง

ในทวีปแอฟริกาและตะวันออกกลางเทียนทำยังไม่รู้จักค่อนข้างเนื่องจากมีน้ำมันมะกอกสำหรับการเผาไหม้ในหลอดไฟ

จามรี เนยที่ใช้สำหรับเทียนใน ทิเบต [5]

 

 

 

 

กลิ่นหอมบอกสถานที่

facebookshare

วันนี้ Candle Like ขอนำเรื่องราวดีๆ มาแบ่งปันกันนะครับ ชื่อก็บอกอยู่แล้วว่า เรื่องราวในวันนี้เกี่ยวกับกลิ่นหอมแน่นอน

เทียนหอมกระปุกแก้ว Candle Like Oriental Floral

ในปัจจุบัน หากเราได้ไปเดินตามร้านเสือผ้าแบรนด์ดังๆ จะพบว่าได้มีการนำกลิ่นหอมต่างๆ มาใช้เพื่อกระตุ้นให้เกิดการจดจำแบรนด์สินค้า ซึ่งกลิ่นหอมดังกล่าวจะเป็นกลิ่นเฉพาะที่แต่ละร้านได้เลือกมา ซึ่งอาจจะเป็นกลิ่นจากดอกได้ หรือจากพืช

ส่วนการกระจายกลิ่นหอมให้ทั่วร้านนั้นก็มีหลากหลายวิธี ไม่ว่าจะใช้เทียนหอมจุดในร้านสักมุมใด มุมหนึ่ง หรือน้ำมันหอมระเหย ซึ่งการกระจายกลิ่นโดยใช้เทียนหอมก็เป็นวิธีที่ง่าย และสะดวกซึ่งกลิ่นนั้นจะกระจายตลอดเวลา กว่าการใช้สเปร์หอมฉีด? เนื่องจากการฉีดกลิ่น จะหอมแค่ชั่วขณะ แต่การใช้เทียนหอม หรือน้ำมันหอมระเหย กลิ่นจะกระจายตลอดเวลาการจุดใช้งาน อีกทั้งแสงเทียนยังสร้างความโรแมนติกในร้าน

และจากการทดลองการใช้กลิ่นให้เป็นที่จดจำกับแบรนด์สินค้า ก็ได้ผลเป็นอย่างดี เวลาที่ลูกค้าได้กลิ่นแบบเดียวกัน ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนก็ตาม ลูกค้าก็จะจดจำได้ว่า กลิ่นหอมชนิดนี้ คือกลิ่นของแบรนด์ร้านนี้ ซึ่งการใช้กลิ่นเพื่อให้ลูกค้าจดจำนั้นมีมานานแล้วในต่างประเทศ

ในประเทศไทยของเราก็เริ่มมีร้านค้าที่นำกลิ่นมาใช้ แต่ยังไม่เป็นที่แพ่รหลายมากนัก ส่วนใหญ่จะนำกลิ่นหอมมาใช้ดับกลิ่นสาปจากเสื้อผ้า หรือในห้องน้ำซะเป็นส่วนใหญ่

ปัจจุบัน Candle Like ได้คิดค้นและพัฒนาเทียนหอมกระปุกแก้ว สำหรับจุดกระจายกลิ่นในสถานที่ต่างๆ ซึ่งกลิ่นแต่ละกลิ่นจะมีคุณสมบัติปรับอากาศ และบำบัด ที่สำคัญกลิ่นหอมจากเทียนจะสามารถสร้างความน่าจดจำให้กับร้านของคุณได้เป็นอย่างดี

 

เทียนหอมสีสวยๆ แต่มีความหมาย

ใครรู้บ้างไหมเอย การเลือกใช้เทียนแต่ละสี ก็มีความหมายเหมือนกันนะ Candle Like จะขออธิบายดังนี้

facebookshare

candlelike_candleในสมัยโบราณ เทียนไขนั้นจะเป็นสีน้ำตาล อ่อนบ้าง เข้มบ้าง ตาม Wax ที่นำมาทำเทียน เช่น ไขมันจากวาฬ, ไขมันจากพืช, แว็กจากผึ้ง หรือยางจากเปลือกไม้ อย่างที่ทราบกันดีว่าในสมัยก่อนนั้นไฟฟ้า ยังไม่มี มนุษย์เราเราใช้เทียน จุดเพื่อให้แสงสว่าง ให้ความอบอุ่น ใช้ในเทศกาลเฉลิมฉลอง และพิธีทางศาสนาต่างๆ แม้ปัจจุบันจะมีไฟฟ้าแล้วก็ตาม เทียนก็ยังมีบทบาท และถูกใช้อยู่เป็นประจำ และเกือบทุกเทศกาล

ในประเทศไทย อาจจะเห็นการใช้เทียนเป็นบางโอกาส แต่จะใช้มากเวลาประกอบพิธีทางศาสนา งานฉลองต่างๆ หรือใช้ในธุรกิจสปา แต่ถ้าในต่างประเทศที่เป็นเมืองหนาว เทียนจะถูกใช้ทุกวันจนเป็นกิจวัตรประจำวันที่ต้องจุดเทียน เนื่องจากวัฒนธรรมของต่างประเทศจะจุดเทียนเพื่อให้ความอบอุ่น แต่ในบ้านเราจะจุดเทียนเพื่อให้แสงสว่าง

ปัจจุบันเมื่อวิทยาการก้าวหน้า แว็กที่นำมาทำเทียนก็ได้มาจากการกลั่นของปิโตรเคมี ทำให้ราคาถูกลง กว่าแว็กชนิดอื่น คนเราจึงเริ่มใช้สีผสมลงในเทียน และใช้สีแบ่งการใช้เทียนตามเทศกาลต่างๆ ออกไปมากมาย

ลักษณะการเลือกใช้เทียนสีต่างๆ กับเทศกาล หรือวันสำคัญ ส่วนใหญ่จะใช้ดังนี้ (จากประสบการณ์ของ Candle Like)

candle_color

เทียนสีขาว = จะถูกใช้ใบโบสถ์คาทอลิก เช่น พิธีมิสซา พิธีล้างบาปในต่างประเทศ ก็จะใช้เทียนสีขาว นอกจากนี้ก็นำมาใช้ในพิธีแต่งงานได้อีกด้วย

เทียนสีชมพู = แน่นอนว่าชมพูหวานๆ ก็ต้องถูกใช้ในพิธีแต่งงาน

เทียนสีเหลือง = ในบ้านเราก็ใช้ตามวัด เช่นเทียนพรรณษา เทียนที่ใช้จุดบูชาพระ ในต่างประเทศ เทียนสีเหลืองจะถูกใช้ในเทศกาลปาสกาล ของคริสต์ศาสนา

เทียนสีแดง = ถ้าในบ้านเราจะเห็นเทียนสีแดงอักษรจีนๆ ถูกใช้ในเทศกาลของชาวจีน เช่นไหว้เทพเจ้า ไหว้บรรพบุรุษ เป็นต้น

นอกจากนี้ก็ยังมีเทียนสีต่างๆ เช่น เขียวอ่อน ส้ม ฟ้า ส่วนใหญ่ก็ใช้จุดบนโต๊ะทานอาหาร หรือในงานปาร์ตี้ เพราะสีสันสดใส ซึ่งในปัจจุบันคนเราก็สามารถใช้เทียนได้ทุกสี แต่จะเลือกใช้บางสีเป็นบางโอกาสตามที่กล่าวมาแล้วครับ...

 
หน้า 1 จาก 2